การเขียนบทละคร

posted on 28 Dec 2009 11:49 by aum-my

การเขียนบทละคร

           มักได้รับแรงบันดาลใจจากเหตุการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งทำนองเดียวกับเรื่องสั้นและนวนิยาย แรงบันดาลใจนี้ นับเป็นสิ่งสำคัญมาก การเขียนบทละครบางทีอาจได้เปรียบอยู่บ้าง เพราะบางคนอาจเอามาจากเรื่องสั้น หรืนักประพันธ์เอกได้เขียนไว้แล้ว มาทำเป็นละครเวที ละครวิทยุ ละครโทรทัศน์ ผู้ทำเรียกว่าฝ่ายเขียนบท ซึ่งอาจปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไขให้เหมาะสมกับสภาพของประเภทการเขียน

          การเขียนบทละครมีโครงสร้างอย่างเดียวกับการเขียนเรื่องสั้น คือ มีความสำคัญอันเป็นแกนของเรื่อง มีเค้าโครงเรื่อง มีตัวละคร บทสนทนา และฉาก การเขียนเรื่องสั้นทำให้ผู้อ่านได้รับความเพลิดเพลินจากการอ่าน แต่งบทละคร เป็นศิลปะที่จะนำไปแสดงเพื่อให้คนได้ชม แล้วเกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน

          การเขียนบทละครอาจเขียนจบฉากเดียวหรือหลายฉากก็ได้ เรียกตอนหนึ่งๆว่า องค์ก็ได้ ฉาก บอกให้ทราบสถานที่ชัดเจน เช่น ในป่าลึก หาดทราย ในบ้าน หรือในห้อง บอกเวลาในขณะนั้นด้วย ตัวละคร บอกเพศ ชื่อและชื่อสกุล อายุรูปร่างลักษณะ การบรรยายนำเรื่องเพื่อสร้างบรรยากาศ ในกรณีเป็นเรื่องยาวควรมีอย่างยิ่ง แต่ถ้าเป็นเรื่องสั้นอาจไม่จำเป็น บทสนทนา มีความสำคัญมาก เพราะการดำเนินเรื่องอยู่ที่การสนทนาของตัวละครใช้ภาษาพูดให้เหมือนชีวิตจริงๆ ควรเป็นประโยคสั้นๆเข้าใจง่าย อาจแทรกอารมณ์ขันลวไป จะทำให้เรื่องออกรสยิ่งขึ้น ตอนจบ ต้องจบอย่างมีเหตุผล จบอย่างมีความสุข หรือเศร้า หรือจบลงเฉยๆด้วยการทิ้งท้ายคำพูดให้ผู้ชมคิดเอง อาจเป็นถ้อยคำประทับใจเหมือนละลอกคลื่นที่ยังคงพริ้วกระทบฝั่ง หลังจากได้ทิ้งก้อนหินลงไปเมื่อครู่ใหญ่ๆ

          การขึ้นต้นและการจบเรื่อง เป็นลีลาและศิลปะของผู้เขียนโดยเฉพาะที่จะทำให้ผู้ชมพอใจ แต่เมื่อจบแล้วต้องให้เข้าใจเรื่องโดยตลอด


edit @ 28 Dec 2009 11:50:51 by วราภรณ์ แก้วพวง

ละครพูด

posted on 28 Dec 2009 11:49 by aum-my

ละครพูด

         เริ่มขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการแสดงละครพูดสมัครเล่นเป็นครั้งแรก ละครพูดในสมัยนี้แตกต่างกับละครพูดในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร ในสมัยหลัง เกี่ยวกับเนื้อเรื่องคือ เนื้อเรื่องละครพูดที่แสดงในสมัยนี้ดัดแปลงมาจากบทละครรำที่เรารู้จักกันอย่างแพร่หลาย สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงอธิบายถึงการแสดงละครพูดในครั้งรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจ้าอยู่หัว ว่า "บางทีมีการสโมสรปีใหม่ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เล่นละครสมัครเล่น ผู้ที่เล่นเจ้านายก็มี ขุนนางก็มี แล้วแต่ใครจะสมัครเล่น แต่เล่นเป็นละครพูด" นับว่าละครพูดในภาษาไทยมีขึ้นเป็นครั้งแรกในครั้งนั้น นำเอาเรื่องละครรำ เช่น สังข์ศิลป์ชัยมาเล่นเป็นละครพูดบ้าง เอาเรื่องนิทานมาเล่นบ้าง

พ.ศ. 2447  สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงสำเร็จการศึกษา และเสด็จนิวัติประเทศไทยแล้ว ทรงตั้ง "ทวีปัญญาสโมสร" ขึ้นในพระราชอุทยานวังสราญรมย์ แต่ในสมัยเดียวกันนี้ได้มีการตั้ง "สามัคยาจารย์สโมสร" ซึ่งมีเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี เป็นประธานอยู่ก่อนแล้ว กิจกรรมของ 2 สโมสรที่คล้ายคลึงกัน คือ การแสดงละครพูดแบบใหม่ ที่ได้รับอิทธิพลจากละครตะวันตก ละครพูดแสดงเป็นครั้งแรกที่สโมสรใดไม่ปรากฏหลักฐานยืนยัน แต่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีส่วนร่วมในกิจการแสดงละครพูดของทั้ง 2 สโมสรนี้ จึงได้ถวายพระเกียรติว่าทรงเป็นผู้ให้กำเนิดละครพูด

พระยาสุนทรพิพิธ ซึ่งเคยเป็นตัวละครในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เขียนเล่าไว้ว่า "ละครพูดได้ถือกำเนิดขึ้นในเมืองไทยที่สถาบันทั้งสองนั้น สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้าทรงก่อกำเนิดขึ้น เมื่อแสดงครั้งแรกๆเรียกว่า "ละครทวีปัญญา" หมายความว่า เป็นละครของสโมสรทวีปัญญา ต่อมาจึงตั้งชื่อเป็นหลักฐานว่า คณะศรีอยุธยา ตามพระนามแฝงของรัชกาลที่ 6 ที่ใช้พระราชนิพนธ์บทละครพูด โรงละครที่ใช้แสดงในครั้งนั้น เป็นเรือนไม้ที่ติดอยู่กับมุมกำแพงพระราชอุทยานวังสราญรมย์ ด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ตัวสโมสรทวีปัญญาก็คือ เรือนกระจกที่เป็นสมาคมช่างตัดผมในปัจจุบัน"
 

ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว อาจกล่าวได้ว่าเป็นยุคทองของละครพูด ประชาชนให้ความสนใจกับละครประเภทนี้อย่างมาก เพราะเห็นว่าเป็นของแปลก และแสดงได้ง่าย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสนับสนุนละครพูดอย่างดียิ่ง ทรงพระราชนิพนธ์บทละครพูดที่ดีเด่นไว้เป็นจำนวนมาก และทรงร่วมในการแสดงด้วยหลายครั้ง

ละครพูด แบ่งได้เป็นประเภทใหญ่ๆคือ

  • ละครพูดล้วนๆ หรือละครพูดแบบร้อยแก้ว

  • ละครพูดแบบร้อยกรอง

  • ละครพูดสลับลำ

ผู้แสดง 

  • ละครพูดล้วนๆ ในสมัยโบราณใช้ผู้ชายแสดงล้วน ต่อมานิยมผู้แสดงชายจริงหญิงแท้

  • ละครพูดแบบร้อยกรอง ใช้ผู้แสดงทั้งชายและหญิง มีบุคลิก และการแสดงเหมาะสมตามลักษณะที่บ่งไว้ในบทละคร น้ำเสียงแจ่มใสชัดเจนดี เสียงกังวาน พูดฉะฉาน ไหวพริบดี

  • ละครพูดสลับลำ ใช้ผู้แสดงทั้งชายและหญิง เหมือนละครพูดแบบร้อยกรอง 

การแต่งกาย 

  • ละครพูดล้วนๆ แต่งกายตามสมัยนิยม ตามเนื้อเรื่องโดยคำนึงถึงสภาพความเป็นจริงของตัวละคร

  • ละครพูดแบบร้อยกรอง แต่งให้เหมาะสมถูกต้องตามบุคลิกของตัวละคร และยุคสมัยที่บ่งบอกไว้ในบทละคร

  • ละครพูดสลับลำ การแต่งกายเหมือน ละครพูดล้วนๆ หรือแต่งกายตามท้องเรื่อง

เรื่องที่แสดง

  • ละครพูดล้วนๆ เรื่องที่แสดงเรื่องแรก คือ เรื่อง "โพงพาง" เมื่อ พ.ศ. 2463 เรื่องต่อมา คือ "เจ้าข้า สารวัด!" ทั้ง 2 เรื่องเป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว นอกจากนี้ยังมีบทพระราชนิพนธ์ในพระองค์อีกมากมายที่นิยมนำมาแสดง

  • ละครพูดแบบร้อยกรอง จำแนกตามลักษณะคำประพันธ์ดังนี้ คือ ละครพูดคำกลอน จากบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เช่น เรื่องเวนิชวาณิช เรื่องพระร่วง ละครพูดคำฉันท์ ได้แก่ เรื่องมัทนะพาธา แล้วยังมีละครพูดคำฉันท์อีกเรื่องหนึ่งที่นิยมนำมาแสดง คือ เรื่องสามัคคีเภท ของนายชิต บุรทัต ละครพูดคำโคลง ได้แก่ เรื่องสี่นาฬิกา ของอัฉราพรรณ (นายมนตรี ตราโมท)

  • ละครพูดสลับลำ ได้แก่ เรื่องชิงนาง และปล่อยแก่

การแสดง

  • ละครพูดล้วนๆ ดำเนินเรื่องด้วยวิธีพูด ใช้ท่าทางแบบสามัญชนประกอบ การพูดที่เป็นธรรมชาติ ลักษณะพิเศษของละครพูดชนิดนี้ คือ ในขณะที่ตัวละครคิดอะไรอยู่ในใจมักใช้วิธีป้องปากบอกกับคนดู

  • ละครพูดแบบร้อยกรอง ดำเนินเรื่องด้วยวิธีพูดที่เป็นคำประพันธ์ชนิดคำกลอน คำฉันท์ คำโคลง ซึ่งมีวิธีอ่านออกเสียงปกติเหมือนละครพูดร้อยแก้ว แต่มีจังหวะวรรคตอนเน้นสัมผัสตามชนิดของคำประพันธ์นั้นๆ

  • ละครพูดสลับลำ ยึดถือบทพูดมีความสำคัญในการดำเนินเรื่องแต่เพียงอย่างเดียว บทร้องเป็นเพียงบทแทรกเพื่อเสริมความ ย้ำความ ประกอบเรื่องไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่อง ถ้าตัดบทร้องออกก็ไม่ทำให้เนื้อเรื่องของละครขาดความสมบูรณ์แต่อย่างใด คำว่า "ลำ" มาจากคำ "ลำนำ" หมายถึง บทร้องหรือเพลง

ดนตรี

  • ละครพูดล้วนๆ บรรเลงโดยวงดนตรีสากลหรือปี่พาทย์ไม้นวมแต่จะบรรเลงประกอบเฉพาะเวลาปิดฉากเท่านั้น

  • ละครพูดแบบร้อยกรอง บรรเลงดนตรีคล้ายกับละครพูดล้วนๆ

  • ละครพูดสลับลำ บรรเลงดนตรีคล้ายกับละครพูดล้วนๆ แต่บางครั้งในช่วงดำเนินเรื่องถ้ามีบทร้อง ดนตรีก็จะบรรเลงร่วมด้วย

เพลงร้อง

  • ละครพูดล้วนๆ เพลงร้องไม่มี ผู้แสดงดำเนินเรื่องโดยการพูด

  • ละครพูดแบบร้อยกรอง เพลงร้องไม่มี ผู้แสดงดำเนินเรื่องโดยการพูดเป็นคำประพันธ์ชนิดนั้นๆ

  • ละครพูดสลับลำ มีเพลงร้องเป็นบางส่วน โดยทำนองเพลงขึ้นอยู่กับผู้ประพันธ์ที่จะแต่งเสริมเข้ามาในเรื่อง

edit @ 28 Dec 2009 11:53:22 by วราภรณ์ แก้วพวง

การเขียนบทละครวิทยุ

posted on 28 Dec 2009 11:48 by aum-my

การเขียนบทละครวิทยุ 

          จำเป็นต้องเขียนให้ผู้ฟังจินตนาการภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่องได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด  จึงต้องถ่ายทอดเรื่องราวทั้งหมดด้วยถ้อยคำและเสียงประกอบ 

คำแนะนำการเขียนบทละครวิทยุ


การเขียนบทละครวิทยุมีข้อแนะนำดังนี้

 

1) อ่านต้นเรื่องและพิจารณาแบ่งตอน ผู้เขียนบทจะต้องอ่านนวนิยาย หรือ บทละครโทรทัศน์ หรือต้นเรื่องที่จะมาดัดแปลงเขียนเป็นบทละครวิทยุ ทำความเข้าใจแก่นเรื่อง โครงเรื่อง ฉาก ตัวละคร การดำเนินเรื่อง และองค์ประกอบอื่น ๆ ของงานเขียนประเภทนั้น จากนั้นจึงเริ่มแบ่งตอน นวนิยาย 1 เรื่อง แบ่งตอนจัดเป็นบทละครวิทยุได้ทั้งหมดกี่ตอน ละครวิทยุหนึ่งตอนจะนำเสนอเรื่องราวแค่ไหนให้น่าสนใจ หรือต้นเรื่องใด ๆ มาดัดแปลงเป็นบทละครวิทยุแล้ว ยังต้องคงแนวคิดสำคัญหรือแก่นเรื่องของต้นเรื่องเดิมไว้ไม่เปลี่ยนแปลง

 

2) อ่านต้นเรื่องเฉพาะเนื้อหาที่ได้จัดแบ่งตอนมาแล้ว ผู้เขียนต้องอ่านต้นเรื่องเฉพาะส่วนที่แบ่งตอนมาแล้ว พร้อมทั้งวิเคราะห์เนื้อหาในส่วนนั้นตามองค์ประกอบของงาน เช่น ฉาก เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น ณ สถานที่ไหน เวลาอะไร บรรยากาศของเรื่องตอนนั้นเป็นอย่างไร ตัวละคร ตัวละครมีกี่ตัว ใครบ้าง ตัวละครหลักมีใครบ้าง ตัวละครประกอบมีใครบ้าง ผู้เขียนบทจะสร้างตัวละครเสริมเพิ่มเติมจากต้นเรื่องเดิมเพื่อให้ผู้ฟังทราบรายละเอียดบางอย่างหรือไม่ บทสนทนาของตัวละคร จำนวนบทสนทนามีมากน้อยเพียงใด ภาษาที่ใช้เป็นอย่างไร บทบรรยายในต้นเรื่อง ในต้นเรื่องเดิมมีบทบรรยายหรือไม่ เนื้อหาของบทบรรยายนั้นเกี่ยวกับอะไร เช่น ให้ข้อมูลเกี่ยวกับฉาก ให้ข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะนิสัย ภูมิหลังและความคิดคำนึงของตัวละคร เป็นต้น เหตุการณ์ในตอนนั้น เหตุการณ์ในตอนนั้นเป็นย่างไร ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ผู้เขียนบทละครวิทยุต้องเขียนบทให้เกิดสภาพเหตุการณ์ดำเนินไปตามต้นเรื่อง นอกจากนั้น หากผู้เขียนพบคำศัพท์ หรือข้อความใดที่ยังไม่เข้าใจถ่องแท้ในเรื่องนั้น ต้องศึกษาหาความหมาย ข้อมูลเกี่ยวกับคำนั้น ข้อความนั้นให้เข้าใจชัดเจนก่อน

 

3) เขียนบทละครวิทยุ

3.1  ฉาก  ในการกล่าวถึงส่วนนี้อาจจะใช้วิธีบรรยายฉาก หรือให้ตัวละครสนทนากันถึงสถานที่ วัน เวลา บรรยากาศ ณ จุดนั้นก็ได้ หากใช้วิธีบรรยายฉาก บ่อย ๆ จะทำให้ผู้ฟังเบื่อได้ เพราะผู้ฟังอยากจะฟังเสียงตัวละครมากกว่าเสียงผู้บรรยาย ดังนั้นในส่วนนี้อาจจะต้องสร้างตัวละครไม่สำคัญ หรือเสียงผู้คนอื่น ๆ เสริมเข้ามา หรือใช้เสียงประกอบช่วยได้ (Sound Effects)

3.2  การดำเนินเรื่อง  การเดินเรื่องของละครวิทยุจะนำเสนอผ่านบทสนทนาของตัวละครทั้งสิ้น ดังนั้น ผู้เขียนบทละครวิทยุต้องกำหนดให้ตัวละครแต่ละตัวเป็นผู้เล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น บทสนทนาของตัวละครซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุด ผู้เขียนต้องรู้ว่าตัวละครตัวไหนจะเป็นผู้รู้เรื่องอะไร เล่าเรื่องอะไร  เล่าด้วยวิธีใด และเล่าด้วยภาษาอย่างไรจึงจะเหมาะกับลักษณะของตัวละครตัวนั้น เช่น ตัวละครเป็นนางเอก ต้องเล่าเรื่องด้วยภาษาของนางเอก วิธีการของนางเอก ตัวละครเป็นคนรับใช้ต้องเล่าเรื่องด้วยภาษาของคนรับใช้ วิธีการของคนรับใช้ เป็นต้น

3.3  ตัวละคร  ผู้เขียนบทละครวิทยุต้องเสร้างให้ตัวละครมีอารมณ์ มีความรู้สึกไปตามบท ตามเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น วิธีการที่จะถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึกของตัวละครไปยังผู้ฟังได้ ก็คือ การใช้ถ้อยคำภาษาในบทสนทนาของตัวละคร และการใช้น้ำเสียงแสดงอารมณ์ของผู้แสดงละครวิทยุ นอกจากนั้นการจะบ่งสถานภาพของตัวละคร การที่จะบอกว่าตัวละครใดเป็นตัวละครเอก นางเอก ผู้ร้าย นางอิจฉา คนรับใช้ ผู้ดี ไพร่ เหล่านี้ล้วนต้องผ่านถ้อยคำในบทสนทนาของตัวละคร และน้ำเสียงของผู้แสดงละครวิทยุ ผู้เขียนบทต้องเลือกสรรถ้อยคำ ให้เหมาะสมกับสถานภาพ บุคลิกภาพของตัวละคร

3.4  บทสนทนาและการใช้ภาษา  ผู้เขียนบทสนทนาในละครวิทยุต้องบรรจุข้อมูลทั้งหมดดังกล่าวข้างต้นไปในบทสนทนาของตัวละคร ดังนั้น ถ้อยคำที่ใช้ในบทสนทนาของตัวละครต้องแสดงภาพได้ชัดเจนต้องแสดงอารมณ์ได้ชัดเจน เช่น บทตัวละครกำลังทะเลาะกัน ควรจะมีคำพูดที่แสดงอารมณ์โกรธ เกลียด ชิงชัง เคียดแค้น บทตัวละครกำลังอยู่ในอารมณ์รัก ควรจะมีคำพูดที่หวานซึ้ง นุ่มนวล ไพเราะ เป็นต้น

แม้ว่าในบทสนทนาของตัวละครจะต้องบรรจุเรื่องราวไว้มากมายแต่ผู้เขียนก็ไม่ควรให้ตัวละครตัวใดตัวหนึ่งพูดบทสนทนาในครั้งหนึ่ง ๆ ยาวเกินไป เพราะจะทำให้ผู้ฟังเบื่อหน่ายได้ เนื่องจากฟังเสียงของตัวละครตัวเดียวนานเกินไป ควรสลับให้ตัวละครอื่นพูดบ้าง อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนก็ไม่ควรเขียนบทพูดของตัวละครสั้นมากนัก เพราะผู้ฟังอาจจะยังไม่ทันฟังเรื่องราวที่ตัวละครตัวนี้พูด ก็เปลี่ยนเสียงพูดแล้ว

นอกจากที่กล่าวข้างต้น ถ้อยคำภาษาที่ใช้ในบทละครวิทยุต้องเข้าใจง่าย เพราะผู้ฟังละครวิทยุส่วนใหญ่จะมีระดับการศึกษาไม่สูงนัก หลีกเลี่ยงคำศัพท์เฉพาะทางวิชาการ คำราชาศัพท์ คำหยาบ คำสแลง คำภาษาวิบัติ ที่สำคัญอีกประการหนึ่งในบทสนทนาต้องกล่าวย้ำชื่อตัวละครบ่อย ๆ เพื่อให้ผู้ฟังรู้ว่า ใครเป็นผู้พูด พูดกับใคร พูดถึงใคร หากใช้แต่คำบุรุษสรรพนาม ผู้ฟังจะเข้าใจเรื่องได้ไม่ชัดเจน

 

4)  รูปแบบบทละครวิทยุ

ละครวิทยุเรื่อง

4.1  หัวกระดาษ 

                         ตอนที่................ชื่อตอน..........................(ถ้ามี)

 

                         วัน เวลา สถานที่.....................................ที่ส่งกระจายเสียง

 

 4.2) เพลงนำรายการ   เลือกเพลงให้เหมาะกับละครวิทยุ

 

4.3) กล่าวเปิดรายการ  กล่าวทักทายผู้ฟัง บอกชื่อคณะละคร วัน เวลา ที่ออกอากาศ บอกชื่อละครวิทยุ ชื่อเจ้าของบทประพันธ์ ชื่อผู้เขียนบทละครวิทยุ

 

4.4) ความเดิมตอนที่แล้ว  เล่าความเดิมตอนที่แล้ว โดยย่อให้ผู้ฟังพอระลึกเรื่องได้ และเป็นพื้นฐานการฟังเรื่องราวต่อไป

 

4.5) กล่าวบรรยายฉาก  บอก วัน เวลา สถานที่ บรรยากาศโดยย่อ

 

4.6) เขียนบทสนทนาของตัวละคร  หากต้องการให้ผู้แสดงละครแสดงอารมณ์อย่างชัดเจน ควรวงเล็บไว้ท้ายประโยคด้วยว่าอารมณ์อย่างไร เช่น (อารมณ์เศร้า) (อารมณ์ซาบซึ้ง) เป็นต้น  หากมีเสียงประกอบในส่วนใดต้องเขียนบอกไว้ให้ชัดเจน เช่น (เสียงโทรศัพท์) (เสียงประดูปิด) (เสียงผู้คนเดินขวักไขว่) เป็นต้น เพื่อผู้แสดงละครวิทยุ และผู้ทำเสียงประกอบจะได้ดำเนินการได้ตามความประสงค์ของผู้เขียนบท

 

4.7)  กล่าวปิดรายการ  เมื่อละครจบตอน มีเพลงประกอบในช่วงท้าย ผู้บรรยายกล่าวปิดรายการ เล่าเหตุการณ์ช่วงท้ายตอน ตั้งเป็นคำถามถึงเหตุการณ์ข้างหน้าจะดำเนินไปอย่างไร กล่าวเชิญชวนให้ฟังละครในตอนต่อไปในวันต่อไป กล่าวคำอำลา เปิดเพลงประจำรายการ

edit @ 28 Dec 2009 11:57:33 by วราภรณ์ แก้วพวง